4.3
ผังพื้นที่ปฏิบัติการ

4.3.1 ผังพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ปลายน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

ความสำคัญของพื้นที่

ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา
ถือได้ว่าเป็นลุ่มน้ำย่อยที่ 7 ในลุ่มน้ำที่ 21 (ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา)
ที่ใหญ่ที่สุด
ในบรรดา
5 ลุ่มน้ำของจังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอสะเดา อำเภอนาหม่อม อำเภอหาดใหญ่ อำเภอบางกล่ำ และอำเภอควนเนียง โดยที่มีสายน้ำสำคัญ
คือ คลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นสายน้ำที่ใหญ่ที่สุด
ในจังหวัดสงขลา

ด้วยสภาพภูมิประเทศของอำเภอหาดใหญ่
ซึ่งเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่บริเวณปลายน้ำของคลองอู่ตะเภา
เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีภูเขาโอบล้อมทุกทิศ พื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ มีลำน้ำธรรมชาติหลายสายไหลผ่าน
มีความลาดชันสูง และเป็นสายแคบๆ สั้นๆ จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำไหลหลากล้นตลิ่ง
ประกอบกับภูมิอากาศอยู่ในเขตร้อน มีฝนตกชุกทั้งปีจึงทำให้เกิดน้ำท่วมได้ง่าย

พื้นที่บริเวณปลายน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาในเขตอำเภอหาดใหญ่
และอำเภอบางกล่ำบางส่วน ประกอบด้วย ตำบลคูเต่า ตำบลบ้านหาร ตำบลแม่ทอม ตำบลน้ำน้อย
ตำบลคลองแห และตำบลบางกล่ำ
บริเวณดังกล่าวจะเกิดปัญหาอุทกภัยเป็นประจำประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ริมทะเลสาบสงขลา เป็นพื้นที่ต่ำ

ถึงแม้ว่าจะมีการเสนอมาตรการต่าง
ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยแล้ว
แต่พื้นที่บริเวณนี้ก็ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นจึงควรมีการจัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ปลายน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาอย่างเหมาะสม
กำหนดกรอบสำหรับการบริหารจัดการพื้นที่โดยมาตรการการใช้สิ่งก่อสร้างและไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง
พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการป้องกันและบรรเทาปัญหาด้านอุทกภัย เช่น ระบบการเฝ้าระวัง
และแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพและให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
เพื่อให้มีความพร้อมในการรับสถานการณ์ พึ่งตนเองได้ จัดตั้งเครือข่ายการเฝ้าระวัง
การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การกำหนดมาตรการผังเมืองการใช้ประโยชน์ที่ดิน
และรูปแบบอาคารที่เหมาะสม ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดและป้องกันปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ได้
เพื่อทำให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณนี้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์

1) เพื่อกำหนดรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมในบริเวณพื้นที่ปลายน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

2) เพื่อเสนอแนะระบบบริหารจัดการน้ำและป้องกันอุทกภัยในผังพื้นที่ปฏิบัติการ

3) เพื่อกำหนดกรอบสำหรับการก่อสร้างอาคารให้สอดคล้องกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่

4) เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาในกรณีเกิดอุทกภัยในพื้นที่

ขอบเขตพื้นที่จัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการ

1) พื้นที่ศึกษา
คือ พื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา
ครอบคลุมอาณาเขต พื้นที่อำเภอสะเดา
อำเภอนาหม่อม
อำเภอหาดใหญ่ อำเภอบางกล่ำ และอำเภอควนเนียงพื้นที่ประมาณ 2,840 ตารางกิโลเมตร

หรือ 1,775,000 ไร่

2) พื้นที่จัดทำผังปฏิบัติการ คือ พื้นที่บริเวณปลายน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา
ในเขตพื้นที่ครอบคลุมเขตการปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลจำนวน 6 แห่ง
และองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองคลองแห (บางส่วน)
เทศบาลตำบลบ้านหาร
(บางส่วน)
เทศบาลตำบลคูเต่า (บางส่วน) เทศบาลตำบลน้ำน้อย (บางส่วน) เทศบาลตำบลบางเหรียง
(บางส่วน
) เทศบาลตำบลท่าช้าง (บางส่วน) องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทอม องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ
(บางส่วน) และองค์การบริหารส่วนตำบลคลองอู่ตะเภา (บางส่วน) มีขนาดพื้นที่รวมประมาณ
95.59 ตารางกิโลเมตร หรือ 59,749.70 ไร่

แผนที่ พื้นที่ศึกษาลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

แนวคิดในการจัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการ

แนวคิดในการบริหารจัดการพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ปลายน้ำของ
ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภามุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยอย่างบูรณาการ ซึ่งส่งเสริมให้เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการพัฒนาของชุมชนและความเสี่ยงภัยในพื้นที่
เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้การรักษาสภาพแวดล้อมพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยได้อย่างยั่งยืน
(Associated Programme on Flood
Management, APFM, 2004 อ้างถึงใน The Role of Land-Use
Planning in Flood Management, 2007) โดยมียุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน
ได้แก่ ลดการเกิดอุทกภัย ลดความเสี่ยงจากอุทกภัย ลดความเสียหายจากอุทกภัย
และการสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม
และมีมาตรการที่สามารถกำหนดในการใช้ประโยชน์ที่ดินตามยุทธศาสตร์ ซึ่งมาตรการต่างๆ
จำเป็นต้องพิจารณาเลือกใช้และปรับให้สอดคล้องกับแต่ละพื้นที่
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ตารางที่
8.2.5-1
ยุทธศาสตร์และมาตรการเพื่อการบริหารจัดการอุทกภัย

ยุทธศาสตร์

มาตรการ

1)
ลดการเกิดอุทกภัย

– การสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ

– การสร้างคัน
พนัง หรือตลิ่งกั้นน้ำ

– การผันน้ำหลาก (High Flow
Diversions)

– การบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำ (Catchment Area
Management)

– การปรับปรุงแนวระบายน้ำ
(Channel
Improvements)

2)
ลดความเสี่ยงจากอุทกภัย


การควบคุมพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย
(Flood Plain
Regulation)


การกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาและก่อสร้างขึ้นใหม่
(Development and
Redevelopment Policies)


การออกแบบและเลือกที่ตั้งของบริการต่างๆ

(Design and Location of Facilities
)


การควบคุมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง
(Housing and
Building Codes)


การออกแบบต้านทานน้ำท่วม
(Flood-Proofing)


การพยากรณ์และเตือนภัย (
Flood Forecasting
and Warning)

3)
ลดความเสียหายจากอุทกภัย


การให้ความรู้และเผยแพร่ข้อมูล
(Education and
Information)


การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ
(Disaster
Preparedness)


การฟื้นฟูหลังอุทกภัย
(Flood Recovery)


การประกันอุทกภัย (
Flood Insurance หมายถึง
มาตรการเพื่อประกันความเสียหายจากอุทกภัยในกรณีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้ดำเนินการตามรูปแบบที่กำหนดแล้ว)

4)
การสงวนรักษาทรัพยากร

ธรรมชาติพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

– การกำหนดย่านกิจกรรมและพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย
(
Flood
Plain Zoning and Regulations)

ที่มา : The Role of Land-Use
Planning in Flood Management, APFM, 2007

แนวทางการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยพื้นที่ปฏิบัติการมุ่งเน้นมาตรการเชิงป้องกัน
(
Preventive Approach) เป็นหลักเพื่อให้มีความสอดคล้องกับลักษณะกิจกรรมชุมชน
การใช้ประโยชน์ที่ดิน ลดผลกระทบและความเสียหาย
รวมถึงสามารถพัฒนาพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
โดยกำหนดแนวคิดการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยตามยุทธศาสตร์และมาตรการข้างต้น ดังนี้

1) แนวคิดด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและออกแบบชุมชนเมือง

กำหนดแนวคิดการใช้ประโยชน์ที่ดินจำแนกเป็น
4 บริเวณหลัก โดยมุ่งเน้นให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินสอดคล้องกับปัจจัยเสี่ยงอุทกภัย
สภาพภูมิศาสตร์ และกิจกรรมชุมชนทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางกายภาพและกิจกรรมของพื้นที่ในอนาคตที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและปัจจัยเสี่ยงอุทกภัยได้อย่างเหมาะสม

2) แนวคิดด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม


การปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมและการประกอบอาชีพ
จากรูปแบบการประกอบอาชีพ ในพื้นที่และศักยภาพด้านเกษตรกรรมและประมงของพื้นที่
ทิศทางการพัฒนาเกษตรกรรมในพื้นที่มุ่งเน้นการเป็นแหล่งผลิตพืชและผลิตภัณฑ์อาหารรองรับเขตเมืองหลักที่สำคัญ
โดยการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเพาะปลูกและผลิตที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีคุณภาพ


การรองรับชุมชนผู้สูงอายุ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงประชากรในพื้นที่ปฏิบัติการ
มีขนาดประชากรเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 80 ในปี พ.ศ. 2576
และจากการคาดการณ์โครงสร้างประชากรระดับอำเภอของอำเภอหาดใหญ่ ในปี พ.ศ. 2576
มีประชากรสูงอายุมากกว่าร้อยละ 12 ทั้งนี้
การพัฒนาพื้นที่ปฏิบัติการให้รองรับกลุ่มประชากรสูงอายุในพื้นที่มีความจำเป็น


การรองรับการพัฒนาชุมชนสมัยใหม่
โดยเฉพาะการขยายตัวของอาคารอยู่อาศัยและพาณิชยกรรมในพื้นที่ปฏิบัติการ
ส่งผลต่อการกระจายตัวและพัฒนาพื้นที่รองรับกิจกรรมโดยเฉพาะแนวเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญในพื้นที่

3) แนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม


แหล่งทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม

กำหนดแนวคิดควบคุมพื้นที่แหล่งทรัพยากรและพื้นที่ต่อเนื่องที่เพียงพอต่อการสงวนรักษาและป้องกันผลกระทบจากกิจกรรมโดยรอบได้


ที่โล่งว่างในชุมชน ส่งเสริมให้เกิดการจัดหาและพัฒนาที่โล่งว่างในชุมชน เพื่อรองรับกิจกรรมนันทนาการและเป็นพื้นที่รองรับการพักและระบายน้ำหลากของชุมชนได้

4) แนวคิดด้านโครงสร้างพื้นฐาน


โครงสร้างคมนาคมขนส่ง มุ่งเน้นให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบให้มีความสอดคล้องต่อการระบายน้ำ
และเพื่อการอพยพของประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติการเป็นสำคัญ


สาธารณูปโภค มุ่งเน้นการพัฒนาบริการสาธารณูปโภคที่มีขนาดและรูปแบบที่สอดคล้องกับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยเป็นหลัก
โดยปรับปรุงและพัฒนารูปแบบให้มีความสอดคล้องกับขอบเขตพื้นที่การพัฒนา

และไม่กีดขวางการระบายน้ำ


สาธารณูปการ มุ่งเน้นการปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการที่ควบคุมพื้นที่เขตชุมชนเป็นหลัก
สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวมถึงควบคุมกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมและอาจได้รับผลกระทบ
จากอุทกภัยได้
โดยเฉพาะสถานพยาบาลที่มีการพักค้างคืน

ผังเสนอแนะมาตรการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย

ที่มา :
http://www.rebuildbydesign.org/project/hunts-point-lifelines/

รูปตัดพื้นที่ริมแหล่งน้ำเสนอแนะบริเวณผังพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ปลายน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

ที่มา : http://www.odt.co.nz/campus/university-otago/265943/registry-stretch-leith-set-summer-revamp

ที่มา :
http://www.west8.com/projects/ecological_district_ile_saint_denis/

ที่มา :
http://www.bdonline.co.uk/how-we-cracked-it-21-flood-barrier-gravesend-kent/3061457.article

รูปแบบผนังต้านทานน้ำท่วมเสนอแนะบริเวณผังพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ปลายน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

ผังบริเวณโบราณสถานแสดงแนวผนังต้านทานน้ำท่วมเสนอแนะรอบโบราณสถานบริเวณผังพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ปลายน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาบริเวณวัดคูเต่า
และวัดท่าแซ

sign-18

รูปแบบป้ายแสดงเส้นทางอพยพ

รูปที่ 8

rez%20Flood%20shelter%20model%2003

รูปแบบอาคารรองรับผู้ประสบภัยตัวอย่าง

4.3.2 ผังพื้นที่ปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนาบริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ให้เป็นสถานีหลักนครหาดใหญ่
“Hatyai Main Station”

ความสำคัญของพื้นที่

นครหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางของจังหวัดสงขลาในหลายๆด้าน
ทั้งด้านการบริหาร การบริการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านคมนาคมขนส่ง
ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อทั้งระบบขนส่งทางอากาศ ระบบขนส่งทางราง
และระบบขนส่งทางถนน

ปัจจุบันการเดินทางในพื้นที่นครหาดใหญ่จะใช้พาหนะส่วนบุคคลเป็นหลัก เมื่อการขยายตัวของเมืองมีความหนาแน่นมากขึ้น
ทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้น ส่งผลให้การเดินทางเข้ามาทำกิจกรรมในนครหาดใหญ่เกิดเป็นข้อจำกัด
ดังนั้นการส่งเสริมให้
ระบบขนส่งทางรางเป็นระบบหลักจึงมีความจำเป็นเพื่อเพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพในการรองรับปริมาณการเดินทางให้มากขึ้น

การพัฒนาบริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ให้เป็นสถานีหลักนครหาดใหญ่
“Hatyai Main Station” จะทำให้มีบทบาทเป็นสถานีหลักสำหรับให้บริการที่สามารถเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟระหว่างเมืองบริวารโดยรอบ
การออกแบบสถานีรถไฟหาดใหญ่ให้เป็นสถานีหลักนครหาดใหญ่พร้อมทั้งพัฒนาพื้นที่โดยรอบเพื่อรองรับกับการพัฒนาเมืองที่มีการขนส่งสาธารณะและการเดินเป็นระบบหลัก
จะส่งผลให้
นครหาดใหญ่มีระบบการเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง
ลดปัญหาความแออัดของการจราจร ส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางของจังหวัดสงขลา
และทำให้นครหาดใหญ่พัฒนาเป็นมหานครหลักได้อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

1) เพื่อเป็นพื้นที่หลักในการรองรับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารระหว่างเมืองและผู้โดยสารภายในเมือง

2) เพื่อเป็นจุดเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางระหว่างการเดินทางในรูปแบบต่างๆ
ได้อย่างเหมาะสม

3) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทางภายในเมืองเป็นหลัก

4) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้เป็นมหานครหลักอย่างยั่งยืน

ขอบเขตพื้นที่จัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการ

พื้นที่บริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ในปัจจุบันและพื้นที่โดยรอบ
ภายในขอบเขตของถนนเพชรเกษม –

ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 – ถนนศรีภูวนารถ – ถนนราษฎร์อุทิศ
มีขนาดพื้นที่โดยรวมประมาณ 741,990.35 ตาราง
เมตร หรือ 0.74 ตารางกิโลเมตร
หรือคิดเป็น 463.74 ไร่

ขอบเขตผังพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่

แนวคิดในการจัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการ

คือ การพัฒนาเมืองโดยมีระบบการขนส่งสาธารณะเป็นหลัก
โดยกำหนดระยะเดินเท้าจากบริเวณสถานีหลักและสถานีของรถไฟฟ้ารางเดี่ยวไม่เกินกว่า
500-800 เมตร โดยพื้นที่จัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของการคมนาคมขนส่งของนครหาดใหญ่
โดยมีแนวคิดในการจัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการ ดังนี้

1)
แนวคิดด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและออกแบบชุมชนเมือง กำหนดให้เกิดการพัฒนาด้านพาณิชยกรรมเต็มศักยภาพของพื้นที่
ซึ่งเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่ได้ดีขึ้น การกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและการออกแบบชุมชนเมืองจะต้องสอดคล้องกับระบบขนส่งสาธารณะและการเดินเท้าเป็นหลัก

2)
แนวคิดด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

แนวคิดการสร้างเมืองรูปแบบใหม่ที่ลดการใช้พาหนะส่วนบุคคลทำให้เกิดการเดินทางรูปแบบใหม่
การเข้าถึงพื้นที่สะดวกขึ้น มูลค่าของพื้นที่เพิ่มมากขึ้น
ส่งผลให้สังคมทั้งหมดในผังพื้นที่ปฏิบัติการมีสภาพทางสังคมที่เป็นเมืองที่มีมาตรฐาน
ลดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

3)
แนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
แนวคิดการจัดหาพื้นที่โล่งเพื่อนันทนาการสำหรับให้บริการเมืองในบริเวณที่สามารถดำเนินการได้
นอกจากนั้นการปรับปรุงสภาพของถนนให้สวยงาม เหมาะสม
กับการเดินเท้า

4)
แนวคิดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ต้องเสนอระบบโครงข่ายที่เชื่อมต่อสถานีหลักนครหาดใหญ่กับพื้นที่โดยรอบได้โดยสะดวก รวดเร็ว
และเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้ารางเดี่ยว การขนส่งสาธารณะทางถนน

พื้นที่พาณิชยกรรมโดยรอบ พื้นที่พักอาศัยโดยรอบ และพื้นที่โล่งเพื่อนันทนาการ
ด้วยระบบโครงข่ายทางเดินเท้าหรือระบบขนส่งสาธารณะ

แนวความคิดในการจัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนาบริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่

รูป-งานสถาปัตยกรรม (3)

ที่มา :
โครงการศึกษาออกแบบระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
, พ.ศ. 2558.

รูปแบบตัวสถานีและทางขึ้น – ลง

ตัวอย่างรูปแบบถนนคนเดินโดยเฉพาะ

ตัวอย่างรูปแบบถนนคนเดินที่มีพาหนะร่วมใช้เส้นทาง

ตัวอย่างรูปแบบถนนคนเดินยกระดับ

ผังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนา

บริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่ให้เป็นสถานีหลักนครหาดใหญ่ “Hatyai Main
Station

ทัศนียภาพของผังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนา

ทัศนียภาพบริเวณถนนคนเดิน (Walking
Street)

ทัศนียภาพบริเวณพื้นที่โล่งเพื่อนันทนาการ

4.3.3 ผังพื้นที่ปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ประวัติศาสตร์หัวเขาแดง

ความสำคัญของพื้นที่

เมืองสงขลาเก่าบริเวณหัวเขาแดง ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของตำบลหัวเขา
อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น
ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาเมืองประเทศราชทั้ง 10
เมือง ที่ปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา

พื้นที่หัวเขาแดงปัจจุบัน
แม้จะยังคงปรากฏหลักฐานความเป็นเมืองสงขลาเก่าให้เห็น ทั้งแนวกำแพงเมือง
ป้อมปราการ วัด ฐานเจดีย์ สุสาน ฯลฯ และได้รับการอนุรักษ์จากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง
แต่ส่วนหนึ่งได้ทรุดโทรมและเสียหายไปตามกาลเวลา

การจัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ประวัติศาสตร์หัวเขาแดง
จะทำให้พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญของจังหวัดสงขลาในอดีตถูกฟื้นฟู
บูรณะ อย่างเหมาะสมและสมดุล

โดยมีเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ รวมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่เห็นคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม
และมีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของพื้นที่
รวมถึงการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชนในท้องถิ่นต่อไป

วัตถุประสงค์

1) เพื่อพัฒนาพื้นที่เมืองเก่าหัวเขาแดง
และเมืองเก่าแหลมสน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์
โบราณคดี และวัฒนธรรมชุมชนอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

2) เพื่ออนุรักษ์และสงวนรักษาพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
โบราณคดี และทรัพยากรธรรมชาติ

3) เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์
คุณค่าของวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น ไทยมุสลิมและไทยพุทธ ที่ดำรงอยู่
ควบคู่กันมานับแต่อดีต

4) เพื่อมีแนวทางในควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน
และการปลูกสร้างอาคารในบริเวณโดยรอบพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้เหมาะสม
สวยงาม สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาหลักของพื้นที่

5) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน
และส่งเสริมการกระจายรายได้อันเนื่องมาจากการท่องเที่ยว

ขอบเขตพื้นที่จัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการ

ขอบเขตพื้นที่จัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ประวัติศาสตร์หัวเขาแดง
ครอบคลุมอาณาเขตในกลุ่มพื้นที่บริเวณโดยรอบโบราณสถาน ย่านชุมชนที่มีเอกลักษณ์ในการตั้งถิ่นฐาน
รวมถึงสภาพแวดล้อมข้างเคียงกับแหล่งโบราณสถานในระยะที่ส่งผลกระทบทางด้านภูมิทัศน์
ซึ่ง
เป็นที่ดินของรัฐและเอกชน ในพื้นที่ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร
จังหวัดสงขลา มีขนาดพื้นที่ประมาณ 6,269.22 ไร่ หรือคิดเป็น 10.03 ตารางกิโลเมตร

ขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ประวัติศาสตร์หัวเขาแดง

ป้อมปราการ

ป้อมปืนใหญ่

กำแพงเมือง

วัดผูภาเบิก

บ่อเก๋ง

ศาลาหลบเสือ

พระเจดีย์องค์ขาว

พระเจดีย์องค์ดำ

พื้นที่โบราณสถานในพื้นที่ประวัติศาสตร์หัวเขาแดง

แนวคิดในการจัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการ

กรอบแนวความคิดในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์หัวเขาแดงเน้นความสัมพันธ์ของโบราณสถานและชุมชนโดยรอบ ในขณะเดียวกับการพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของเมืองเก่า

กรอบแนวคิดในการจัดทำผังพื้นที่ปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยว

บริเวณพื้นที่ประวัติศาสตร์หัวเขาแดง

แนวคิดการควบคุมกิจกรรมบริเวณโดยรอบแหล่งโบราณสถาน

กรอบแนวความคิดในการอนุรักษ์
ฟื้นฟู และบูรณะแหล่งโบราณสถาน

แนวคิดการปรับปรุงภูมิทัศน์

ผังเสนอแนะการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออนุรักษ์โบราณสถาน

แนวคิดการใช้กิจกรรมบริเวณพื้นที่อนุรักษ์แหล่งโบราณสถาน

แนวคิดการใช้กิจกรรมบริเวณพื้นที่ส่งเสริมสภาพภูมิทัศน์

ข้อเสนอแนะควบคุมเกี่ยวกับป้ายและรั้วหรือกำแพง

แนวทางการพัฒนาเส้นทางจักรยานบริเวณถนนบ้านโพรงจรเข้ – ชุมชนบ้านหัวเขา

ช่วงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ทัศนียภาพบริเวณเส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว

บริเวณถนนบ้านโพรงจรเข้-ชุมชนบ้านหัวเขา
(ทางจักรยานที่ใช้ร่วมกับถนนทั่วไปประเภทวิ่งสวนทาง)

ผังบริเวณโครงการปรับปรุงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ผังบริเวณโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณพระเจดีย์องค์ขาว-องค์ดำ

ทัศนียภาพโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณพระเจดีย์องค์ขาว-องค์ดำ